แนวทางการให้ยาปฏิชีวนะในการรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียกรัมลบดื้อยาในเด็ก




แนวทางการให้ยาปฏิชีวนะในการรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียกรัมลบดื้อยาในเด็ก

Guidance on antibiotic therapy in children with drug-resistant Gram-negative infections
-------------------------------------------

1. วัตถุประสงค์ : เอกสารนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียกรัมลบดื้อยาในเด็ก รวมถึงขนาดยาและการบริหารยาที่เหมาะสม โดยเน้นเชื้อแบคทีเรียกรัมลบดื้อยาที่พบบ่อยในประเทศไทย ทั้งนี้เพื่อเป็นแนวทางเบื้องต้นสำหรับกุมารแพทย์ทั่วไป


2.
คำจำกัดความ

         - Multidrug-Resistant Organisms (MDROs) หมายถึง เชื้อก่อโรคโดยเฉพาะเชื้อเเบคทีเรียที่ดื้อต่อยาปฏิชีวนะที่ใช้ในการรักษาตั้งเเต่ 3 กลุ่มขึ้นไป

         - Extended-spectrum beta-lactamases producing Enterobacterales (ESBLs) หมายถึง เชื้อกลุ่ม Enterobacterales ที่สามารถสร้างเอนไซม์ extended-spectrum beta-lactamases โดยเอนไซม์จะทำลายยาปฏิชีวนะกลุ่ม penicillins เเละ third generation-cephalosporins เเต่ถูกยับยั้งได้ด้วย beta-lactamase inhibitors พิจารณาจากผลความไวของเชื้อต่อยาปฏิชีวนะส่วนใหญ่พบว่าเชื้อจะดื้อต่อยา ceftriaxone, cefepime เเต่ยังคงมีความไวต่อยา cefoxitin, amoxicillin-clavulanic acid, piperacillin-tazobactam, carbapenems

         - Plasmid-mediated AmpC beta-lactamases producing Enterobacterales (AmpC) หมายถึง เชื้อกลุ่ม Enterobacterales ที่สามารถสร้างเอนไซม์ AmpC beta-lactamase โดยเอนไซม์จะทำลายยาปฏิชีวนะกลุ่ม penicillins เเละ third generation-cephalosporins และไม่สามารถยับยั้งได้ด้วย beta-lactamase inhibitors พิจารณาจากผลความไวของเชื้อต่อยาปฏิชีวนะส่วนใหญ่พบว่าเชื้อจะดื้อต่อยา cefoxitin, ceftriaxone, amoxicillin-clavulanic acid, piperacillin-tazobactam เเต่เชื้อยังคงมีความไวต่อยา cefepime เเละยากลุ่ม carbapenems

หมายเหตุ ในแนวทางนี้ จะขอจัดกลุ่ม ESBLs และ AmpC เป็นกลุ่ม third-generation cephalosporins-resistant Enterobacterales เนื่องจากในทางปฏิบัติ ห้องปฏิบัติการไม่ได้ตรวจการสร้างเอนไซม์ดังกล่าว

         - Carbapenem-resistant Enterobacterales (CRE) หมายถึง เชื้อกลุ่ม Enterobacterales ที่ดื้อต่อยากลุ่ม carbapenems อย่างน้อย 1 ชนิด ได้แก่ ertapenem, meropenem, imipenem/cilastatin, doripenem

         - Carbapenem-resistant Acinetobacter baumannii (CRAB) หมายถึง เชื้อ A. baumannii ที่ดื้อต่อยากลุ่ม carbapenems เช่น meropenem, imipenem/cilastatin, doripenem ยกเว้นยา ertapenem ซึ่งไม่มีฤทธิ์ครอบคลุมเชื้อ A. baumannii CRAB ในที่นี้หมายรวมถึงเชื้อ Acinetobacter สายพันธุ์อื่น ๆ ในกลุ่ม baumannii และ calcoaceticus complexes ซึ่งอาจแยกได้ยากทางห้องปฏิบัติการจากเชื้อ A. baumannii เชื้อ CRAB ดื้อยา carbapenems ด้วยการสร้างเอนไซม์ carbapenemases และ metallo-beta-lactamases ทำให้ดื้อยากลุ่ม beta-lactams เกือบทั้งหมด นอกจากนี้เชื้อ CRAB ส่วนใหญ่มียีนดื้อยาปฏิชีวนะกลุ่มอื่น ๆ ร่วมด้วย ทำให้การรักษาการติดเชื้อ CRAB เป็นไปอย่างยากลำบาก

         - Drug-resistant Pseudomonas aeruginosa ได้แก่

         Difficult-to-treat resistance Pseudomonas aeruginosa (DTR-PA) คือ เชื้อ Pseudomonas aeruginosa ที่ไม่ไวต่อยาทั้งหมดดังต่อไปนี้ ได้แก่ piperacillin-tazobactam, ceftazidime, cefepime, aztreonam, meropenem, imipenem-cilastatin, ciprofloxacin และ levofloxacin

         Carbapenem-resistant Pseudomonas aeruginosa (CRPA) หมายถึง เชื้อ P. aeruginosa ที่ดื้อต่อยากลุ่ม carbapenems เช่น meropenem, imipenem/cilastatin, doripenem (ทั้งนี้ ไม่นับรวมยา ertapenem ซึ่งไม่มีฤทธิ์ครอบคลุมเชื้อ P. aeruginosa อยู่แล้ว)

         อย่างไรก็ตาม กลไกการดื้อยาของ P. aeruginosa มีหลายกลไก หากเชื้อดื้อยากลุ่ม carbapenems ตัวใดตัวหนึ่ง อาจไม่ใช่กลไก Beta-lactamase เชื้อยังอาจจะไวต่อยาในกลุ่ม beta-lactams ชนิดอื่น ๆ ที่ครอบคลุมเชื้อ P. aeruginosa เช่น ceftazidime, piperacillin/tazobactam เป็นต้น


3.
สถานการณ์เชื้อดื้อยาในประเทศไทย

         อ้างอิงจาก antibiogram ของ National Antimicrobial Resistant Surveillance Center, Thailand (NARST) พบการดื้อยาของเชื้อ E. coli, K. pneumoniae, A. baumannii, P. aeruginosa ที่สูงขึ้นในแต่ละปีดังรูป (http://narst.dmsc.moph.go.th/)


4.
แนวทางการให้ยาปฏิชีวนะในการรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียกรัมลบดื้อยาในเด็ก

เชื้อก่อโรค

แนวทางการให้ยาปฏิชีวนะ

Third-generation cephalosporin-resistant Enterobacterales

· แนะนำให้ใช้ carbapenems ในการรักษาการติดเชื้อรุนแรง (serious infection) เช่น bacteremia, sepsis, CNS infection เป็นต้น (โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรียกรัมลบที่สร้าง ESBLs และ AmpC) (น้ำหนักคำแนะนำ “++”)

· ในกรณีการติดเชื้อไม่รุนแรง (non-severe infection) เช่น uncomplicated UTI ที่เชื้อยังไวต่อยา BL/BI เช่น piperacillin-tazobactam สามารถใช้ยากลุ่มนี้รักษาได้ รวมทั้งกรณีที่เริ่มการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะกลุ่ม 3rd generation cephalosporin หรือ BL/BI และต่อมาผลเชื้อไม่ไวต่อยาที่เริ่มนั้น แต่อาการดีขึ้น ควรพิจารณาสภาวะของผู้ป่วย หากเป็นกลุ่ม high-risk ควรเปลี่ยนเป็นยาปฏิชีวนะที่เชื้อไวต่อยา แต่หากเป็นกลุ่มผู้ป่วย low-risk อาจพิจารณาให้ยานั้นต่อได้ (น้ำหนักคำแนะนำ “+/-)

· กรณีเชื้อ Enterobacter cloacae, Klebsiella aerogenes, Citrobacter freundii ที่ไว (susceptible, S) ต่อยา cefepime พิจารณาใช้ยา cefepime ได้ ส่วนกรณีรายงาน susceptible dose-dependent (SDD) ให้ใช้ยา cefepime ได้ในขนาดยาที่สูง (น้ำหนักคำแนะนำ “+”)

· เมื่ออาการดีขึ้น พิจารณาเปลี่ยนเป็นยาปฏิชีวนะชนิดรับประทาน หากมียาที่ไว เช่น trimethoprim/sulfamethoxazole (TMP/SMX), fluoroquinolones (น้ำหนักคำแนะนำ “++”)

CRE

· หากเชื้อไวต่อยา ceftazidime-avibactam ให้ยา ceftazidime-avibactam เดี่ยวในการรักษา (monotherapy)* (น้ำหนักคำแนะนำ “++)

· หากเชื้อไม่ไวต่อยา ceftazidime-avibactam หรือไม่มียา ceftazidime-avibactam ให้การรักษาด้วย combination therapy ด้วยยาที่เชื้อยังไวอย่างน้อย 2 ชนิด โดยเฉพาะในการรักษาการติดเชื้อรุนแรง ยากลุ่มที่พิจารณาเลือกใช้ หากเชื้อไวต่อยา ได้แก่ fluoroquinolones, aminoglycosides, colistin, tigecycline, fosfomycin**, meropenem ขนาดสูงและ extended infusion (กรณี MIC 8 mcg/mL) (น้ำหนักคำแนะนำ “+/-)

CRAB

· ให้การรักษาด้วย combination therapy ประกอบด้วยยา sulbactam ขนาดสูง (200 mg/kg/day) ร่วมกับยาปฏิชีวนะชนิดอื่น ๆ ที่มีความไว เช่น colistin, amikacin, TMP/SMX, tigecycline (น้ำหนักคำแนะนำ “+/-)

CRPA, DTR-PA

· หากเชื้อไวต่อยา ceftolozane-tazobactam หรือ ceftazidime-avibactam ให้ยานั้นเป็นยาเดี่ยวในการรักษา (monotherapy) (น้ำหนักคำแนะนำ “+/-)

· หากเชื้อไม่ไวต่อยา ceftolozane-tazobactam หรือ ceftazidime-avibactam หรือไม่มียาดังกล่าว ให้การรักษาด้วย combination therapy ด้วยยาที่เชื้อยังไวอย่างน้อย 2 ชนิด ยากลุ่มที่พิจารณาเลือกใช้ หากเชื้อไวต่อยา ได้แก่ fluoroquinolones, aminoglycosides, colistin, fosfomycin** (น้ำหนักคำแนะนำ “+/-)

หมายเหตุ :

- ขนาดยา ceftazidime-avibactam, ceftolozane-tazobactam, cefepime, fosfomycin, tigecycline ในเด็ก ควรปรึกษากุมารแพทย์โรคติดเชื้อ

- ยา tigecycline, fosfomycin ไม่เเนะนำใช้เป็นยาเดี่ยวในการรักษา (monotherapy) เชื้อแบคทีเรียกรัมลบดื้อยา โดยเฉพาะใน severe infection เนื่องจากมีข้อมูลการศึกษาที่จำกัดและมีโอกาสดื้อยาได้ง่าย

*ยา ceftazidime/avibactam เป็นยาในบัญชียาหลักแห่งชาติ บัญชี จ(2) อนุมัติการใช้ยาในการรักษา CRE ที่ไวต่อยา ceftazidime-avibactam และใช้ยา colistin แล้วเกิดอาการไม่พึงประสงค์

**การใช้ยา fosfomycin ให้พิจารณาผลความไวต่อยา ทั้งนี้ในการรายงานมาตรฐาน (อ้างอิงจาก CLSI) มีค่า breakpoint เฉพาะจากสิ่งส่งตรวจปัสสาวะที่ขึ้นเชื้อ E. coli เท่านั้น (ไวต่อยา หาก disk diffusion zone diameter 16 mm หรือ MIC (agar dilution) 64 µg/mL) ดังนั้นควรปรึกษากุมารแพทย์โรคติดเชื้อ เพื่อช่วยในการแปลผลความไวต่อยาและช่วยพิจารณาการรักษาโดยใช้ยา fosfomycin ร่วมกับยาตัวอื่น


5. ขนาดยาและการบริหารยาในการรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียกรัมลบดื้อยา (Dosing guideline)

ตารางที่ 1 ขนาดยาและการบริหารยาในการรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียกรัมลบดื้อยาในทารกและเด็กที่ค่าการทำงานของไตปกติ

Antibiotics

Usual dose

Maximum dose

Dose adjustment when

Neonates

Infant, Children

Piperacillin/tazobactam

(บัญชี ง)

Postmenstrual age 30 weeks: 100 mg of piperacillin/kg/dose q8h

Postmenstrual age >30 weeks:

80 mg of piperacillin/kg/dose q6h

· 100 mg of piperacillin/kg/dose q6-8h

· Extended infusion* over 3-4 hours is preferred

4 g piperacillin/dose = 4.5 g piperacillin-tazobactam/dose q6h

Adjust for CrCl

<40 ml/min/1.73m2

Meropenem

(บัญชี ง)

Gestational age <32 weeks:

- Postnatal age <14 days: 20 mg/kg/dose IV q12 h

- Postnatal age 14 day: 20 mg/kg/dose IV q8h

Gestational age 32 weeks:

- Postnatal age <14 days: 20 mg/kg/dose IV q8h

- Postnatal age 14 days 30 mg/kg/dose IV q8h

กรณี CNS infection, severe infection or MDR pathogens: 40 mg/kg/dose โดยใช้ช่วงห่างของการให้ยาตามช่วงอายุ

· 20-40 mg/kg/dose q8h

· CNS infection, severe infection or MDR pathogens: 40 mg/kg/dose q8h

· Extended infusion* over 3-4 hours is preferred in severe infection and MDR pathogens

2g q8h

Adjust for CrCl ≤50 ml/min/1.73m2

Colistin

(บัญชี ง)

2.5-5 mg CBA/kg/day IV in 2 or 4 divided doses

โดสแรก 4-5 mg CBA/kg/dose (max 300 mg), จากนั้น maintenance dose 2.5 mg CBA/kg/dose q12h

หมายเหตุ : ผู้ป่วยที่มีภาวะ SIRS หรือ augmented renal clearance (ARC) เช่น eGFR > 130 mL/min/1.73 m2 อาจพิจารณาเพิ่มขนาดยา maintenance dose เป็น 10 mg CBA/kg/day

300 mg CBA/day

หมายเหตุ : ผู้ป่วยที่มีภาวะ SIRS หรือ ARC อาจพิจารณาขนาดยาสูงสุดไม่เกิน 360 mg CBA/day

Adjust for CrCl < 50 ml/min/1.73m2

Amikacin**

(บัญชี ข)

Gestational age <30 weeks:

- Postnatal age 14 days: 15 mg/kg/dose IV q48h

- Postnatal age >14 days 15 mg/kg/dose IV q24h

Gestational age 30-34 weeks:

- Postnatal age 14 days: 15 mg/kg/dose IV q36h

- Postnatal age >14 days: 15 mg/kg/dose IV q24h

Gestational age 35 weeks:

- Postnatal age 7 days: 15 mg/kg/dose IV q24h

- Postnatal age >7 days: 18 mg/kg/dose IV q24h

15-30 mg/kg/dose IV q24h

30 mg/kg/dose q24h

Adjust for CrCl < 60 ml/min/1.73m2

Sulbactam

(Sulbactam: ยานอกบัญชี, Ampicillin/sulbactam: บัญชี ค, Cefoperazone/sulbactam: บัญชี ง)

Neonates: 100 mg/kg/day

Preterm: divided into q 12 h

Term: divided into q 8 h

· 200 mg/kg/day IV in 3-4 divided doses

· Extended infusion* over 4 hours is preferred

· Sulbactam ไม่เกิน 12 g/day (adult data)

· กรณีที่ใช้ยารูปแบบผสม ต้องไม่เกินขนาดยาสูงสุดของ ampicillin (400 mg/kg/day หรือ ไม่เกิน 12 g/day) หรือ cefoperazone (160 mg/kg/day หรือ ไม่เกิน 8 g/day)

Adjust for CrCl < 30 mL/min/1.73m2

Ceftazidime/avibactam

(2g/0.5g/vial)

(บัญชี จ2)

Not approve in infant age <3 months

อายุ 6 เดือนขึ้นไป : 50 mg/kg/dose of ceftazidime IV q8h (infusion over 2 hours)

อายุ 3 – <6 เดือน : 40 mg/kg/ dose of ceftazidime IV q8h

(infusion over 2 hours)

2 g/0.5 g q8h

Adjust for CrCl ≤50 ml/min/1.73m2

Ceftolozane/tazobactam

(1g/0.5g/vial)

(ยานอกบัญชี)

20 mg/kg/dose of ceftolozane IV q8h

20 mg/kg/dose of ceftolozane IV q8h

1 g/0.5 g q8h

Use is not recommended in patient with CrCl ≤50 ml/min/1.73m2

Tigecycline#

(ยานอกบัญชี)

โดสแรก 1.5-3 mg/kg/dose IV จากนั้น 1-2 mg/kg/dose IV q12h

(infusion in 30-60 minutes)

อายุ <8 ปี: โดสแรก 1.5-3 mg/kg/dose จากนั้น 1-2 mg/kg/dose q12h

50 mg per dose

No dosage adjustment (based on adult study)

อายุ 8-11 ปี: โดสแรก 2 mg/kg/dose จากนั้น 1.2 mg/kg/dose q12h

พิจารณาให้ยาขนาดสูงขึ้นในการรักษา HAP/VAP, cUTI, BSI, shock: โดสแรก 3-4 mg/kg/dose จากนั้น 2-3.2 mg/kg/dose IV q12h

Usual dose (susceptible infection): 50 mg per dose

High dose (severe or MDR infection)

โดสแรก 200 mg

โดสถัดไป 100 mg q12h

อายุ 12 ปี: โดสแรก 100 mg จากนั้น 50 mg IV q12h

พิจารณาให้ยาขนาดสูงขึ้นในการรักษา HAP/VAP, cUTI, BSI, shock: โดสแรก 200 mg จากนั้น 100 mg IV q12h

Fosfomycin

(บัญชี ง)

PMA <40 weeks: 100 mg/kg/day IV in 2 divided doses

PMA 40-44 weeks: 200 mg/kg/day IV in 3 divided doses

น้ำหนัก <10 กก.: 200-300 mg/kg/day in 3 divided doses

น้ำหนัก 10-40 กก.: 200-400 mg/kg/day in 3-4 divided doses

น้ำหนัก >40 กก.: 12-24 g/day in 3-4 divided doses ในกรณีที่ติดเชื้อ Bacterial meningitis เเนะนำ 16-24 g/day

8 g/dose, 24 g/day

Adjust for CrCl ≤40 ml/min

HAP; hospital-acquired pneumonia, VAP; ventilator-associated pneumonia, cUTI; complicated urinary tract infection, BSI; bloodstream infection, PMA; postmenstrual age

*วิธีการให้ยาแบบ extended infusion โดสแรกบริหารยาโดยหยดเข้าทางหลอดเลือดดำเป็นเวลา 30-60 นาที จากนั้นโดสถัดไปจึงบริหารยาโดย extended infusion (IV drip ในระยะเวลา 3-4 ชั่วโมง ตามขนาดยาข้างต้น)

**การให้ยา amikacin ในโรงพยาบาลที่สามารถส่งตรวจวัดระดับยาได้ ควรตรวจวัดระดับยา (trough level) เพื่อป้องกันการเกิดพิษต่อไตจากยา โดยเจาะก่อนการให้ยาโดสที่ 2 (10-15 ชั่วโมงหลังจากให้ยาโดสแรกในผู้ป่วยเด็กที่มีการทำงานของไตเป็นปกติ)

# US FDA ไม่อนุมัติการใช้ยา tigecycline ในเด็กอายุ <8 ปี เนื่องจากอาจทำให้เกิดความผิดปกติของการสร้างผิวเคลือบฟัน (enamel hypoplasia) และฟันเปลี่ยนสีถาวร อย่างไรก็ตามอาจพิจารณาใช้ในกรณีที่ไม่มีทางเลือกยาชนิดอื่นในการรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียดื้อยาหลายขนาน


ตารางที่
2. ขนาดยาและการบริหารยาในการรักษาการติดเชื้อแบคทีเรียกรัมลบดื้อยาในเด็กที่ค่าการทำงานของไตบกพร่อง

หลักทั่วไป : กรณี severe sepsis ในวันแรกพิจารณาให้ยาโดยไม่ต้องปรับขนาดยาตามการทำงานของไตในวันที่ผู้ป่วยได้รับ hemodialysis เเนะนำให้ยาหลังล้างไตเเละไม่ต้องบริหารยาแบบ extended infusion

Antibiotics

CrCl (mL/min)

Dialysis

Piperacillin/tazobactam

Dosing based on piperacillin component and extended infusion method (except in hemodialysis patient)

CrCl >40

CrCl 20-40

CrCl <20

Peritoneal dialysis

Intermittent hemodialysis

CRRT based on eGFR >50 mL/min

100 mg/kg/dose q6-8h

70 mg/kg/dose q8h

70 mg/kg/dose q12h

50-100 mg/kg/dose q12h

50-100 mg/kg/dose q12h

100 mg/kg/dose q8h

Meropenem

CrCl >50

CrCl > 25 - 50

CrCl 10 - ≤50

CrCl <10

Peritoneal dialysis

Intermittent hemodialysis

CRRT based on eGFR >50 mL/min

Usual dose

20 mg/kg/dose q8h (max: 2 g/dose)

20 mg/kg/dose q12h

(max: 2 g/dose)

10 mg/kg/dose q12h (max: 1 g/dose)

10 mg/kg/dose q24h (max: 1 g/dose)

10-20 mg/kg/dose q24h

(max: 1 g/dose)

25 mg/kg/dose q24h or 40 mg/kg/dose q48h (max 2 g/dose) after dialysis

20-40 mg/kg/dose q8h

(max: 2 g/dose)

High dose

40 mg/kg/dose q8h

(max: 2 g/dose)

40 mg/kg/dose q12h

(max: 2 g/dose)

20 mg/kg/dose q12h

(max: 1 g/dose)

20 mg/kg/dose q24h

(max: 1 g/dose)

Colistin

(adult data)

Maintenance dose 5 mg CBA/kg/day divided q12h

3.5 mg CBA/kg/day divided q12h

2.5 mg CBA/kg/day divided q12h

1.5 mg CBA/kg/day divided q12h

วันที่ไม่ได้ล้างไต1.5 mg CBA/kg/day divided q12h

วันที่ล้างไต

- 1.5 mg CBA/kg/dose before dialysis - 1.5 mg CBA/kg/dose after dialysis

6 mg CBA/kg/day divided q12h

Amikacin

CrCl >60

CrCl 40-59

CrCl 20-39

CrCl <20

Peritoneal dialysis

Intermittent hemodialysis

CRRT

ในโรงพยาบาลที่สามารถส่งตรวจวัดระดับยา amikacin ได้ ควรตรวจวัดระดับยา (trough level) โดยเจาะก่อนการให้ยาโดสที่ 2

• อาจพิจารณาเจาะ peak 30-60 min หลังจากหยดยาเสร็จและเจาะ trough ภายใน 30 นาทีก่อนให้ยาโดสถัดไป

15-30 mg/kg/dose IV q24h

15-30 mg/kg/dose q36h

15-30 mg/kg/dose q48h

5-7.5 mg/kg/dose then follow up drug levels

5-7.5 mg/kg/dose then follow up drug levels

5 mg/kg/dose post dialysis

then follow up drug levels

15 mg/kg/dose IV q24h

or 7.5 mg/kg/dose q12h

ECMO:

15 mg/kg/dose IV q24h

Sulbactam

CrCl >30

CrCl 15-<30

CrCl <15

Peritoneal dialysis

Intermittent hemodialysis

CRRT

200 mg/kg/day q6-8h

ไม่ต้องปรับขนาดยา

**ในกรณีที่ใช้ ampicillin/sulbactam ให้ปรับขนาดยาโดยอ้างอิง ampicillin เป็นหลัก**

eGFR 15-29.9 mL/min/1.73 m2

150 มก./กก./วัน ของ sulbactam IV แบ่งให้ทุก 8-12 ชั่วโมง ให้หยดเข้าทางหลอดเลือดดำใน 60 นาที/โดส (ไม่จำเป็นต้องให้ยาแบบ extended infusion)

75-100 มก./กก./วัน ของ sulbactam IV วันละครั้ง ให้หยดเข้าทางหลอดเลือดดำใน 60 นาที/โดส (ไม่จำเป็นต้องให้ยาแบบ extended infusion)

กรณี IHD ให้ยาซ้ำหลังทำ dialysis

Fosfomycin

CrCl >40

CrCl 31-40

CrCl 21-30

CrCl 11-20

CrCl 10

Hemodialysis, intermittent

CVVH (post dilution)

ไม่ต้องปรับขนาดยา

โดสแรก ให้ขนาดยาสองเท่าของ maintenance dose (ไม่เกิน 8 g)

first dose should be doubled but should not exceed 8 g

Usual dose at the end of dialysis

No dosage adjustment necessary

70% of daily dose

in 2-3 divided doses

60% of daily dose

in 2-3 divided doses

40% of daily dose

in 2-3 divided doses

20% of daily dose

in 1-2 divided doses


         สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ยาปฏิชีวนะในเด็กได้ที่ เวบไซต์สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย
(https://pidst.or.th) และเวบไซต์สาขาวิชาโรคติดเชื้อ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (http://pedid.md.chula.ac.th/th/content/topic/1/antimicrobials)


References

1. Antibiograms. National Antimicrobial Resistant Surveillance Center, Thailand (NARST) [อินเตอร์เนต]. [เข้าถึงเมื่อ 11 สิงหาคม 2566]. เข้าถึงได้จาก: http://narst.dmsc.moph.go.th/

2. Tamma PD, Aitken SL, Bonomo RA, et al. Infectious Diseases Society of America 2022 Guidance on the Treatment of Extended-Spectrum β-lactamase Producing Enterobacterales (ESBL-E), Carbapenem-Resistant Enterobacterales (CRE), and Pseudomonas aeruginosa with Difficult-to-Treat Resistance (DTR-P. aeruginosa). Clin Infect Dis 2022;75:187-212.

3. Paul M, Carrara E, Retamar P, et al. European Society of Clinical Microbiology and Infectious Diseases (ESCMID) guidelines for the treatment of infections caused by multidrug-resistant Gram-negative bacilli. Clin Microbiol Infect 2022;28:521-547.

4. Tamma PD, Aitken SL, Bonomo RA, et al. Infectious Diseases Society of America 2023 Guidance on the Treatment of Antimicrobial Resistant Gram-Negative Infections. Clin Infect Dis 2023 Jul 18:ciad428. doi: 10.1093/cid/ciad428.

5. Chongcharoenyanon T, Wacharachaisurapol N, Anugulruengkitt S, et al. Comparison of piperacillin plasma concentrations in a prospective randomised trial of extended infusion versus intermittent bolus of piperacillin/tazobactam in paediatric patients. Int J Infect Dis. 2021;108:102-8.

6. Tsuji BT, Pogue JM, Zavascki AP, et al. International Consensus Guidelines for the Optimal Use of the Polymyxins: Endorsed by the American College of Clinical Pharmacy (ACCP), European Society of Clinical Microbiology and Infectious Diseases (ESCMID), Infectious Diseases Society of America (IDSA), International Society for Anti-infective Pharmacology (ISAP), Society of Critical Care Medicine (SCCM), and Society of Infectious Diseases Pharmacists (SIDP). Pharmacotherapy 2019;39:10-39.

7. Sutton AM, Turner TL, Cockburn F, McAllister TA. Pharmacokinetic study of sulbactam and ampicillin administered concomitantly by intraarterial or intravenous infusion in the newborn. Rev Infect Dis 1986;8 Suppl 5:S518-22.

8. Pediatric and Neonatal Lexi-Drugs online 2023 (data retrieved on Aug, 2023)

9. Drug monograph. IBM Micromedex Solutions. Truven Health Analytics, Inc. Ann Arbor, MI. Accessed August 24, 2023. http://www.micromedexsolutions.com.

10. Johns Hopkins Hospital, Camille C. Anderson, MD, Sunaina Kapoor. The Harriet Lane Handbook, 23rd Edition, 2023. Elsevier. 1312 pages.

11. แนวทางการกำกับการใช้ยา ceftazidime/avibactam โดยคณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติ วันที่ 29 มีนาคม 2565

12. Aguilera-Alonso D, Escosa-García L, Saavedra-Lozano J, et al. Carbapenem-Resistant Gram-Negative Bacterial Infections in Children. Antimicrob Agents Chemother 2020;64:e02183-19.

13. Chiotos K, Hayes M, Gerber JS, Tamma PD. Treatment of Carbapenem-Resistant Enterobacteriaceae Infections in Children. J Pediatric Infect Dis Soc 2020;9:56-66.

ไฟล์แนบบทความ
 Download [975 kb]