Facebook_Fan_Page_logo.png

เพิ่มเพื่อน

member.png
gazette_1.png
book.png
regis.png
fun.png

ASPID.png

ออนไลน์ในขณะนี้ 4 คน
สถิติผู้เข้าชม
             
Polio Outbreak in the Philippines 2019


Polio Outbreak in the Philippines 2019

อ.พญ.พักต์เพ็ญ สิริคุตต์

สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี

โรคโปลิโอเป็นหนึ่งในโรคที่สำคัญในระบบสาธารณสุข สามารถก่อให้เกิดภาวะทุพพลภาพถาวรและทำให้เกิดการระบาดของโรคในวงกว้าง แม้ว่าปัจจุบันแหล่งระบาดหลักของโรคโปลิโออยู่ในแถบเอเชียใต้ อย่างไรก็ตามในช่วง 5 ปีที่ผ่านมากลับมีการรายงานของโรคโปลิโอในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะล่าสุดที่มีการระบาดใหม่ของโรคโปลิโอที่สาธารณรัฐฟิลิปปินส์

คำจำกัดความของการติดเชื้อไวรัสโปลิโอ1 มีดังต่อไปนี้

1. ไวรัสโปลิโอสายพันธุ์ธรรมชาติ (wild poliovirus – WPV) คือ ไวรัสโปลิโอสายพันธุ์ธรรมชาติที่ยังไม่มีการกลายพันธุ์

2. Vaccine – associated paralytic polio (VAPP) คือ ภาวะอ่อนแรง (paralysis) ที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสโปลิโอใน oral poliovirus vaccines (OPV) เป็นภาวะที่พบน้อยมาก มีโอกาสเกิดเพียง 1 ราย ต่อ 900,000 รายที่ได้รับวัคซีน OPV ครั้งแรกและลดลงถึง 25 เท่าในการได้รับวัคซีนครั้งต่อไป

3. Vaccine – derived polioviruses (VDPVs) คือ เชื้อไวรัสโปลิโอในวัคซีน OPV ที่มีการกลายพันธุ์ ชนิดที่สำคัญคือ circulating vaccine – derived polioviruses (cVDPVs) ซึ่งก็คือ เชื้อในวัคซีน OPV ที่มีการกลายพันธุ์จนสามารถแพร่เชื้อได้สูงเหมือนสายพันธุ์ธรรมชาติ และสามารถแพร่กระจายสู่ชุมชนได้ ซึ่งความแตกต่างระหว่างเชื้อไวรัสโปลิโอ cVDPVs และเชื้อที่ทำให้เกิด VAPP คือ เชื้อ cVDPVs มีการกลายพันธุ์ และสามารถระบาดสู่ชุมชนได้ แต่เชื้อที่ก่อให้เกิด VAPP จะพบเฉพาะผู้ที่ได้รับวัคซีน OPV และผู้ใกล้ชิด แต่ไม่มีการระบาดสู่ชุมชน

ระบาดวิทยาของโรคโปลิโอ

การระบาดของโรคโปลิโอ สามารถแบ่งได้เป็น 2 แบบ ประกอบด้วย การระบาดของไวรัสโปลิโอสายพันธุ์ธรรมชาติ และการระบาดของไวรัสโปลิโอสายพันธุ์วัคซีน cVDPVs ในปี พ.ศ. 2561 ทั่วโลกพบผู้ป่วยโรคโปลิโอจากสายพันธุ์ WPV 29 ราย และจาก cVDPVs 100 ราย และในปีล่าสุด พ.ศ. 2562 พบผู้ป่วยโรคโปลิโอจาก WPV 100 ราย และจาก cVDPVs 93 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 6 พฤศจิกายน พ.. 2562)2

เมื่อจำแนกตามชนิดของสายพันธุ์ไวรัสโปลิโอพบว่า ชนิดของเชื้อไวรัสโปลิโอสายพันธุ์ WPV ที่พบมากที่สุดคือ ชนิด WPV1 ส่วนชนิด WPV2 และชนิด WPV3 ไม่ได้มีการรายงานมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 และ ปี พ.ศ. 2555 แล้วตามลำดับ3 (รูปที่ 1) ในทางกลับกันชนิดของเชื้อ cVDPVs ที่พบมากที่สุดคือ ชนิด cVDPV2 ซึ่งก็คือสายพันธุ์ที่กลายพันธุ์จากวัคซีน OPV ชนิด 2 (รูปที่ 2)4,5

จะเห็นได้ว่าปัญหาของโรคโปลิโอจากเชื้อสายพันธุ์ 2 เกิดจากเชื้อที่กลายพันธุ์จากวัคซีน OPV เท่านั้น ไม่ได้เกิดจากเชื้อสายพันธุ์ธรรมชาติแต่อย่างไร ดังนั้นเพื่อกำจัดปัญหานี้ ในปี พ.ศ. 2556 ทางองค์การอนามัยโลกจึงมีประกาศให้ทุกประเทศที่ใช้ OPV ถอดถอนการใช้ OPV ชนิด 2 หรือให้เปลี่ยนวัคซีนOPV จากชนิด trivalent OPV (OPV1, OPV2, OPV3) เป็นชนิด bivalent OPV (OPV1 และ OPV3) ร่วมกับประกาศให้มีการใช้ trivalent inactivated polio vaccine (IPV) อย่างน้อย 1 เข็มที่อายุ 14 สัปดาห์ขึ้นไป เพื่อป้องกันการติดเชื้อโปลิโอ ชนิด 2 ทั้งจากสายพันธุ์ WPV2 และ cVDPV2 ในช่วงรอยต่อการเปลี่ยนถ่ายจาก trivalent OPV เป็น bivalent OPV6

1.png
รูปที่
1 จำนวนผู้ป่วยโรคโปลิโอจากการติดเชื้อไวรัสโปลิโอสายพันธุ์ธรรมชาติ ( WPV) จำแนกตามชนิดของเชื้อ WPV ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 - 2562 (ข้อมูล ณ วันที่ 5 พฤศจิกายน พ.. 2562) 

2.png
รูปที่
2 จำนวนผู้ป่วยโรคโปลิโอจากการติดเชื้อไวรัสโปลิโอสายพันธุ์วัคซีน (cVDPVs) จำแนกตามชนิดของเชื้อ cVDPVs ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 - 2562 (ข้อมูล ณ วันที่ 5 พฤศจิกายน พ.. 2562) 

แหล่งระบาดของโปลิโอสายพันธุ์ WPV ที่สำคัญ คือ ทวีปเอเชียใต้ ได้แก่ สาธารณรัฐอิสลามปากีสถานและสาธารณรัฐอิสลามอัฟกานิสถาน2,3 ส่วนการระบาดของโรคโปลิโอในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมามีสาเหตุจากไวรัสโปลิโอสายพันธุ์ cVDPVs ทั้งหมด (รูปที่ 3)4,5

3.png
รูปที่ 3 พื้นที่ที่พบผู้ป่วยโรคโปลิโอจากไวรัสโปลิโอสายพันธุ์ธรรมชาติ (สีน้ำเงิน) และไวรัสโปลิโอสายพันธุ์วัคซีน circulating vaccine – derived polioviruses (สีส้ม) ปี พ.ศ. 2561 - 2562 (ดัดแปลงจากเอกสารอ้างอิง 2) 

การระบาดของเชื้อโปลิโอสายพันธุ์ cVDPVs ในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

มี 2 ช่วงสำคัญ ได้แก่ ในปี พ.ศ. 2558 - 2559 ที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว พบผู้ป่วยโรคโปลิโอที่เกิดจากเชื้อ cVDPV1 สูงถึง 11 ราย และในปีล่าสุด พ.ศ. 2562 พบผู้ป่วยโรคโปลิโอ ทั้งหมด 9 ราย จากสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา 6 ราย เกิดจาก cVDPV1 และสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ 3 ราย เกิดจาก cVDPV2 (ตารางที่ 1)4

ตารางที่ 1 จำนวนผู้ป่วยที่ติดเชื้อ cVDPVs ในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จำแนกตามประเทศและ ชนิดของเชื้อ cVDPVs ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 - 2562

ประเทศ

ปี พ.ศ. 2562

ปี พ.ศ. 2561

ปี พ.ศ. 2558 - 2559

ชนิดของเชื้อ cVDPVs

อินโดนีเซีย

-

1

-

1

พม่า

6

-

-

1

ฟิลิปปินส์

3

-

-

2

ลาว

-

-

11

1


การระบาดของเชื้อโปลิโอสายพันธุ์
cVDPV2 ที่สาธารณรัฐฟิลิปปินส์

เหตุการณ์การระบาดของเชื้อโปลิโอ cVDPV2 ที่สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ พบผู้ป่วยทั้งหมด 3 ราย4โดยมีการรายงานการระบาดเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.. 2562 เป็นผู้ป่วยเด็กอายุ 3 ปี จากจังหวัดตีโมกลาเนา ทางตอนใต้ของสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ เริ่มมีอาการอ่อนแรงในวันที่ 26 มิถุนายน พ.. 2562 ผลการส่งตรวจอุจจาระของผู้ป่วยพบเชื้อ cVDPV2 ซึ่งลักษณะของเชื้อที่พบมีพันธุกรรมที่เชื่อมโยงกับเชื้อ cVDPV2 จากสิ่งแวดล้อมในจังหวัดมะนิลา และนครดาเบา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ในเดือนสิงหาคม พ.. 2562 ซึ่งถือเป็นการระบาดใหม่ เนื่องจากเชื้อดังกล่าวไม่มีลักษณะทางพันธุกรรมที่เชื่อมโยงกับเชื้อไวรัสโปลิโอจากฐานข้อมูลของ The National Institute of Infectious Diseases (NIID) ของประเทศญี่ปุ่น และ Centers for disease control and prevention (CDC) ของสหรัฐอเมริกา7

เป็นที่น่าสังเกตว่า ถึงแม้ว่าองค์การอนามัยโลกได้ประกาศให้มีการระงับใช้ OPV ชนิด 2 ออกจากทุกประเทศที่มีการใช้ OPV เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของ OPV ชนิด 2 ที่กลายพันธุ์ รวมถึงให้มีการใช้ IPV เพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสโปลิโอชนิด 2 ทั้งจาก WPV2 และ cVDPV2 ในช่วงที่มีการเปลี่ยนผ่านร่วมด้วยแล้วก็ตาม กลับยังพบการระบาดของเชื้อ cVDPV ชนิด 2 เกิดขึ้นในสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ทั้งที่ก่อนหน้านี้สาธารณรัฐฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่ได้รับการรับรองว่าปราศจากโรคโปลิโอมาตั้งแต่ ปี พ.. 2543 นอกจากนี้ในประเทศอื่นๆ ของทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็มีรายงานผู้ป่วยเฉพาะเชื้อ cVDPV ชนิด 1 มาตลอด ที่สำคัญยังพบว่าหลังคำประกาศจากองค์การอนามัยโลกใน ปี พ.ศ.2559 ทั่วโลกกลับมีแนวโน้มการรายงานผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโปลิโอ cVDPV ชนิด 2 สูงขึ้นอย่างชัดเจน เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงก่อนที่มีการระงับการใช้ OPV ชนิด 2 (รูปที่ 3)


ปัจจัยที่ก่อให้เกิดการระบาดของเชื้อโปลิโอ
cVDPV ชนิด 2 ในสาธารณรัฐฟิลิปปินส์

ปัจจัยที่น่าจะเป็นสาเหตุของการระบาดของเชื้อโปลิโอ cVDPV2 ในสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ส่วนหนึ่งเกิดจากความครอบคลุมของวัคซีน OPV และ IPV ที่ไม่ดีเพียงพอ ดังจะเห็นได้จากข้อมูลในปี พ.. 2561 ที่พบว่า อัตราการได้รับวัคซีน OPV และ IPV ของสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ สามารถครอบคลุมได้เพียงร้อยละ 66 และ 41 ตามลำดับเท่านั้น8,9 ร่วมกับพบการปนเปื้อนของไวรัสโปลิโอ cVDPV ชนิด 2 ในสิ่งแวดล้อม7ข้อมูลดังกล่าวตรงกับในหลายประเทศที่มีการรายงานของผู้ป่วยโรคโปลิโอจาก cVDPV2 ในปีล่าสุดที่มีอัตราการได้รับวัคซีน IPV อยู่ในระดับต่ำ ร่วมกับมีการปนเปื้อนของ cVDPV2 ในสิ่งแวดล้อมเช่นเดียว

กัน4,7-9 (ตารางที่ 2)


ตารางที่ 2
จำนวนผู้ป่วย AFP จากเชื้อ cVDPV2 แหล่งของเชื้อ cVDPV2 และอัตราความครอบคลุมของวัคซีน OPV และ IPV จำแนกตามประเทศ

ผู้ป่วย AFP

ในปี พ.ศ. 2562

(ราย)

แหล่งของ cVDPV2

ในปี พ.ศ. 2562

อัตราความครอบคลุมของวัคซีน (ร้อยละ)

ในปี พ.ศ. 2561

คน

สิ่งแวดล้อม

OPV

IPV

Philippines

3

-

9

66

41

Central African

14

36

9

47

47

Ghana

5

-

9

98

55

Angola

36

19

1

56

40

Nigeria

16

19

57

57

57

DRCongo

35

17

-

79

79

AFP: Acute flaccid paralysis


 สำหรับประเทศไทย จากข้อมูลระบบรายงานการเฝ้าระวังโรค
506 ไม่ได้มีการรายงานผู้ป่วยโรคโปลิโอมานานกว่า 15 ปี คือ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 จนถึงปัจจุบัน10 ส่วนหนึ่งมีสาเหตุจากการที่ประเทศไทยมีอัตราความครอบคลุมของวัคซีน OPV ทั่วประเทศมากกว่าร้อยละ 95 มานานกว่า 20 ปี8 และถึงแม้องค์การอนามัยโลกได้มีการประกาศใช้ IPV มาเพียง 4 ปี สำหรับประเทศที่ยังใช้ OPV แต่ประเทศไทยกลับสามารถรณรงค์จนกระทั่งมีอัตราความครอบคลุมของวัคซีน IPV สูงถึงร้อยละ 95 เช่นเดียวกับวัคซีน OPV9 อย่างไรก็ตามประเทศไทยยังคงมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโปลิโอชนิด 2 เนื่องจากกระทรวงสาธารสุขแนะนำให้เริ่มฉีด trivalent IPV 1 เข็มที่อายุ 4 เดือน11 ดังนั้นในเด็กที่อายุต่ำกว่า 4 เดือนจึงเป็นกลุ่มอายุที่ไม่มีภูมิคุ้มกันต่อไวรัสโปลิโอชนิด 2 และมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อดังกล่าว ทั้งชนิด WPV2 และ cVDPV2 ดังนั้นกลุ่มอายุนี้ จึงไม่ควรเข้าไปในสิ่งแวดล้อมที่มีการปนเปื้อนของเชื้อโปลิโอ โดยเฉพาะการเข้าสู่พื้นที่เสี่ยง หรือแหล่งระบาดของโรคโปลิโอ


การปฏิบัติตัวเมื่อเข้าสู่สาธารณรัฐฟิลิปปินส์
12,13

ทาง CDC ของสหรัฐอเมริกา และ Department of health (DOH) ของสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ได้มีคำแนะนำเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้าสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ดังต่อไปนี้

1. นักท่องเที่ยวทุกคนต้องได้รับวัคซีนโปลิโอให้ครบก่อนเดินทางอย่างน้อย 4 สัปดาห์ ถึง 12 เดือน

2. กรณีมีเหตุจำเป็นต้องเดินทางทันที แนะนำให้ได้รับวัคซีนโปลิโออย่างน้อย 1 โด๊ส ก่อนออกเดินทาง

3. กรณีผู้ที่เคยได้รับวัคซีนโปลิโอครบมาก่อนแล้ว แนะนำให้กระตุ้นวัคซีนโปลิโอเพิ่มอีก 1 โด๊ส

4. หากมีความจำเป็นต้องพักอาศัยอยู่ในสาธารณรัฐฟิลิปปินส์นานเกิน 4 สัปดาห์ แนะนำให้ฉีดวัคซีนโปลิโอเพิ่มอีก 1 โด๊ส โดยห่างจากโด๊สล่าสุด อย่างน้อย 12 เดือน ก่อนเดินทางออกจากสาธารณรัฐฟิลิปปินส์

โดยสรุป ปัจจุบันแม้ว่าประเทศไทยไม่มีผู้ป่วยโรคโปลิโอเป็นเวลานาน แต่เชื้อโปลิโอโดยเฉพาะสายพันธุ์ cVDPVs ที่สำคัญคือ เชื้อ cVDPV ชนิด 2 ที่ยังคงปนเปื้อนอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านของไทย ดังนั้นจึงควรมีความระมัดระวังไม่ให้สัมผัสเชื้อโปลิโอ โดยการรักษาสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 4 เดือนที่ยังไม่ได้รับ IPV หรือยังไม่มีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อ cVDPV ชนิด 2



เอกสารอ้างอิง

1. Burns CC, Diop OM, Sutter RW, Kew OM. Vaccine-derived polioviruses. J Infect Dis. 2014; 210 (Suppl.1):S283-93.

2. Global polio eradication initiative. Polio Now. [cited 2019 November 13]. Available from: http://polioeradication.org/polio-today/polio-now/

3. Global polio eradication initiative. Wild poliovirus list. [cited 2019 November 13]. Available from: http://polioeradication.org/polio-today/polio-now/wild-poliovirus-list/

4. Global polio eradication initiative. Circulating vaccine-derived poliovirus. [cited 2019 November 13]. Available from: http://polioeradication.org/polio-today/polio-now/this-week/circulating-vaccine-derived-poliovirus/

5. Global polio eradication initiative. Circulating vaccine-derived

poliovirus, [cited 2016 June 13]. Available from: http://www.polioeradication.org/ Dataandmonitoring/Poliothisweek/Circulatingvaccinederivedp oliovirus.aspx

6. World Health Organization. Polio vaccines: WHO position paper – March, 2016. Wkly Epidemiol Rec. 2016 Mar 25;91(12):145-68.

7. UNICEF-WHO. Philippines Situation Report 1 Polio Outbreak. [cited 2019 November 13]. Available from: https://reliefweb.int/sites/reliefweb.int/files/resources/UNICEF%20WHO%20PHL%20SitRep1_Polio%20Outbreak_19Sep2019.pdf

8. World Health Organization. WHO-UNICEF estimates of Pol3 coverage. [cited 2019 November 13]. Available from: http://apps.who.int/immunization_monitoring/globalsummary/timeseries/tswucoveragepol3.html

9. World Health Organization. WHO-UNICEF estimates of IPV1coverage, [cited 2019 November 13]. Available from: http://apps.who.int/immunization_monitoring/globalsummary/timeseries/tswucoverageipv1.html

10. สำนักระบาดวิทยา กระทรวงสาธารณสุข. Polio. [เข้าถึงเมื่อ 13 พฤศจิกายน 2562]. เข้าถึงได้จากhttp://www.boe.moph.go.th/boedb/surdata/disease.php?ds=20

11. สถาบันวัคซีนแห่งชาติ.EPI program : วัคซีนพื้นฐาน. [เข้าถึงเมื่อ 13 พฤศจิกายน 2562]. เข้าถึงได้จากhttp://nvi.go.th/index.php/vaccine-knowledge/epi-program

12. Centers for Disease Control and Prevention. Polio in the Philippines. [cited 2019 November 13]. Available from: https://wwwnc.cdc.gov/travel/notices/alert/polio-philippines

13. Department of health Republic of the Philippines. Advisory on polio vaccination for travelers. [cited 2019 November 13]. Available from https://www.doh.gov.ph/node/5868


ไฟล์แนบบทความ
 Download [649 kb]
[กลับไป]